ชีวิตเราใครกำหนด ?

กระทู้สนทนา
นี่เป็นกระทู้แรกของเรา ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ (ปกติอ่านและแชร์อย่าเดียว) แท็กผิดห้อง ขออภัยด้วยค่ะ
จากที่ได้อ่านกระทู้นึงที่ชื่อว่า "คิดเหมือนกันไหมว่า พ่อแม่ที่มีลูกขณะที่ตัวเองไม่พร้อม เห็นแก่ตัวที่สุด" ขออภัยเจ้าของกระทู้นี้ด้วยนะคะที่เราเอามาตั้งเป็นประเด็น

เริ่มเลยเน๊อะ .. อาจจะยาวหน่อยนะคะ

เราคนนึง "เกิดมาจากความไม่ตั้งใจ" ของพ่อกับแม่ โตมากับครอบครัวที่แตกแยก สภาพครอบครัวไม่ได้อบอุ่น ฐานะทางการเงินพอกินไปวันๆ  แม่กับพ่อไม่ได้อยู่ด้วยกัน แม่มีสามีใหม่ มีลูกใหม่ ใช้ชีวิตปกติทั่วไป วันจันทร์-ศุกร์ อยู่กับครอบครัวฝั่งแม่ เสาร์-อาทิตย์ วันหยุด อยู่กับพ่อ เราใช้ชีวิตปกติมีความสุขตามประมาเด็ก พอโตขึ้นพอรู้เรื่อง พ่อเราก็เสียตอนเราอยู่ ม.1 หลังจากนั้นด้วยความที่คิดอะไรแบบเด็กๆ ว่าไม่มีใครรัก และที่บ้านไม่เคยตามใจเราเลย แถมแม่ก็มีลูกใหม่เริ่มเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้น ความสุขที่มีในตอนเด็กๆ ก็เริ่มหายไป ตอนนั้นอยู่ประมาณ ปวช.ปี 1 เราเบื่อที่บ้านมาก ตากับยายชอบกินยาดอง แล้วก็ทะเลาะกันทุกคืน และเพราะแม่เรามีสามีใหม่ + ช่วงนั้นเราทะเลาะกับแม่บ่อยมาก ทะเลาะจนแบบว่าอยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่คุยกันเลยสักคำนึง เลยทำให้เราเกลียดแม่มาก แล้วเราก็พึ่งมารู้ความจริงที่ว่า เราไม่ได้เกิดมาจากความรักของพ่อกับแม่ แต่เราเกิดมาจากความผิดพลาด ตอนนั้นเสียใจมากความคิดเราตอนนั้นคือไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บ้านหลังนี้เคยคิดถึงขนาดจะฆ่าตัวตาย แล้วเราก็ได้ไปอยู่บ้านเพื่อนสนิทเราคนนึง คบกันมาตั้งแต่ม.2 (บ้านแม่เพื่อนเราทำขนมเราก็ช่วยเค้าทำ) ก็เริ่มรู้สึกว่า เรามีความสุขมากกว่าตอนเราอยู่ที่บ้านเรานะ จนวันนึง เราเลิกกับแฟนเรา (เรากับแฟนคบกันตั้งแต่ ม.3 คบกันได้เกือบ 2 ปี เค้าเด็กกว่าเรา 1 ปี และเป็นแฟนคนแรกของเรา) มันเลยยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า ใครๆ ก็ไม่รักเราเลยสักคน ตอนนี้แหละจุดพีคในชีวิตเราเลย เราเริ่ม "แรด" เลยค่ะ แล้วตอนนั้นเราก็มีปัญหากับเพื่อนที่วิทยาลัยด้วย เลยยิ่งหนักเลย กลายเป็นเด็กติดเกม ทิ้งการเรียนไปเลย ทำตัวเสเพมาก จนวันนึงอยากไปทำงานข้างนอกดู ก็เลยลองไปสมัคร ตอนนั้น อายุ 15 ก็สถานที่ก็เบสิกเลยค่ะ 7-11 ทำอยู่ได้สักพักก็เริ่มสนิทกับลูกค้าที่มาที่ร้าน (เค้าเป็นอาสากู้ภัยจุดที่เค้าอยู่อยู่ตรง 7-11 ที่เราทำงาน) มีวันึงเราเลิกงานประมาณ 4 ทุ่ม เค้าก็ชวนเราไปผับด้วย คือพี่ที่ทำงานเราก็ไปกัน 2-3 คน แล้วก็พวกเพื่อนๆ เค้า ด้วยความที่ก็รู้ักกันก็เลยไปกับเค้า หลังจากวันนั้นมาเราก็เริ่มกินเหล้า เริ่มเที่ยว จนวันนึงคิดอยากจะกลับไปเรียน เลยกลับไปคุยกับยาย ยายก็บอกว่าเค้าคงส่งเราเรียนไม่ไหว เราเลยตัดสินใจโทรไปขอญาติเราที่ต่างจังหวัด (ขอไม่ระบุนะคะ) เค้าเลยบอกให้เราไปช่วยงานเค้าที่นู้น จนพอเราไปที่นู้น เราก็ช่วยงานเค้า ตอนนั้นเราคบกับแฟนคนที่ 2 ค่ะ (คบก่อนที่เราจะไปอยู่ต่างจังหวัด) คบกันสักพักเพื่อนเราก็โทรมาบอกว่าเห็นคนที่เราคบด้วยขึ้นสถานะในเฟสบุ๊คกับคนอื่นและคุยกับผู้หญิงอีกหลายคน เราเลยโทรไปคุยกับเค้าถามว่ามีคนอื่นใช่มั้ย เค้าก็ยอมรับว่าใช่ เราเลยตัดสินใจเลิกกับเค้า วันนั้นเราไม่เป็นอันทำงานเลยค่ะ จนเวลาเลิกงานเรามีความรู้สึกอยากอยู่คนเดียว เลยขี่มอเตอร์ไซค์ไปนั่งร้องไห้อยู่ริมทะเลคนเดียว สักพักก็มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 6-7 คนมานั่งตั้งวงกินเหล้าอยู่แถวๆที่เรานั่งอยู่ ตอนนั้นไม่รู้เรานึกยังไงก็เลยขอเค้ามานั่งกินเหล้าในวงนั้นด้วยเลย และนั่นคือเพื่อนกลุ่มแรกของเราที่ต่างจังหวัด แล้ววันนึงเราเลิกงานก็มานั่งอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี่ตามปกติ แต่วันนี้มีสมาชิกมาเพิ่ม 1 คน เป็นผู้ชายหน้าออกทางแขกนิดๆ ผิวสีเข้ม ตัวสูงๆ คือแบบ น่ารักอะ (ก็บอกแล้วว่าเราแรดแล้ว) เราก็เลยขอเบอร์เค้าพอคุยกันสักพักก็ตกลงเป็นแฟนกัน แล้วเราก็มารู้ทีหลังว่าเค้ามีแฟนอยู่แล้วที่โรงเรียนเค้า (เค้าเรียนอยู่โรงเรียนประจำกลับบ้านเสาร์-อาทิตย์) ก็เลยเลิกกัน หลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องการมีแฟนแล้ว อยู่แต่กับเพื่อน อ่อ .. ลืมบอกว่าเรามีเพื่อนสนิทเป็นผู้หญิงอยู่คนนึงทำงานที่แฟมิลิมาร์ท จนวันนึงญาติเราเค้าปิดกิจการ เราก็เลย ไปสมัครงานร้าน 7-11 แถวนั้น ตอนนี้เราไม่ได้อยู่บ้านญาติแล้วมาอยู่หอของ 7-11 แทน (ตอนนั้นเราก็เรียน กศน. ไปด้วย) ทีนี้พอเราเริ่มมีเพิ่อนเป็นกลุ่มๆ เราก็เริ่มเที่ยวหนักขึ้นๆ จกอาทิตย์ละครั้งก็เป็น 3-4 ครั้งต่ออาทิตย์ แล้วก็เริ่มเป็นเที่ยวทุกวันช่วงนี้เราเริ่มดูดบุหรี่ ดูดบารากุ (แต่เราไม่เล่นยานะ) แต่เราก็มีความรับผิดชอบในการทำงานนะ (เราคิดเสมอว่า เราเที่ยวได้เราก็ต้องทำงานได้) ยิ่งตอนนี้นะพี่ๆ ที่ทำงานเราเมาส์เรื่องเรากันสนุกปากเลย เพราะหอเราอยู่ชั้น 3 ของ 7-11 มีประตูเข้าออกประตูเดียว คือประตูหน้า 7-11 ดังนั้นเวลาเราออกไปไหนพี่ที่เข้ากะอยู่ก็จะเห็น ทีนี้แหละพี่ที่ทำงานเราเมาส์กันสนุกปากเลยแหละเพราะเพื่อนเราส่วนมากที่มารับเป็นผู้ชาย คือแบบตอนนั้นไม่แคร์ใครเลย ใครอยากพูดอะไรก็ช่าง ไม่แก้ตัว ไม่รับผิดอะไร เวลาเงินที่ร้านหายๆ เยอะๆ หรือเงินพี่ที่ทำงานเราหายที่ร้านก็จะคิดประมาณว่า เราเป็นคนเอาไปแน่ๆ เลย เราเลยแบบ พี่อยากคิดอะไรก็ช่างเหอะ จนวันนึงมีพนักงานใหม่มาคนนึงแล้วเหมือนเค้ามีกุมาร แล้วทรงได้ประมาณนี้ พี่ที่ทำงานเลยถามว่าพวกเงินที่หายไปเราได้ขโมยรึป่าวไรงี้แล้วกุมารก็บอกว่าเราไม่ใช่ขโมย (เค้าคุยกันตอนที่ไม่ใช่เวลาที่เราทำงาน) หลังจากนั้นพวกพี่ๆ เค้าก็ไม่ค่อยมาอะไรกับเรื่องเรา จนวันนึงเราได้ไปทำกิจกรรม 1 ของที่ทำงาน ทำให้เรารู้จักกับ ผู้ชายอีกคนนึงที่ไปทำกิจกรรมนั้นด้วย ก็นั่นแหละเราก็ชอบอีกเหมือนเคย .. ใจง่ายเน๊อะ เราก็คุยโทรศัพท์กันนะเพราะว่างไม่ค่อยตรงกัน เค้าก็รู้แหละว่าเราจีบเค้าเลยบอกว่าเค้ายังไม่ลืมแฟนเก่าเค้าไรงี้ เรากับเค้ก็คุยกันมาอีกสักพักนึงจนแบบเรารู้แล้วว่าคงไม่มีหวังแน่ๆ ก็เลยเป็นแค่เพื่อนกัน จนวันนึงเป็นวันเกิดเพื่อนเราคนนึง ก็เลยนัดกันไปฉลอง มันก็ชวนเราไปด้วย วันนั้นไปกัน 8-9 คนแต่คือเรารู้จักแค่เจ้าของวันเกิด กับ คนที่เราเคยจีบ (ที่เล่าไปมะกี้พึ่งรู้ว่ามันเป็เพื่อนกัน) ตอนแรกก็ไปนั่งกันที่ร้านแบบชิวๆ กันก่อน พวกเพื่อนๆ ของเพื่อนเรามันก็ทะยอยกันมา จนมีคนนึงเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ เราก็มอง ด้วยความที่เค้าเป็นคนกวนๆ เฮฮา เราก็นั่งมองเค้า (นั่งตรงข้างเราพอดี) สักพักเพื่อนเราก็เช็คอินที่ร้านแล้วแท็กชื่อเราด้วยเราก็เลยเปิดดูโพสแล้วเราก็เห็นเฟสคนนั้นเราก็เลยแอดไป แล้วเค้าก็แซวๆเรา เพราะคิดว่าเราเป็นแฟนกับเจ้าของวันเกิดไรงี้ จนร้านใกล้ปิดเพื่อนเราก็เลยชวนไปต่อที่ผับ ก็เลยไป แล้วระหว่างทางไป คนนั้น ก็แบบขี่รถตีคู่แล้วก็ถามย้ำหลายรอบว่าเรากับไอ่เจ้าของวันเกิดไม่ได้เป็นอไรกันแน่นะ เพื่อนเราก็บอกว่าไม่ได้เป็นไรกัน จนถึง ผับที่นัดกัน เราก็เข้าไปเปิดโต๊ะกับเจ้าของวันเกิด แล้วคนอื่นๆ ก็ตามเข้ามา แล้วคนนั้นก็เข้ามาเรียกเพื่อนเราให้ไปซื้อบุหรี่เป็นเพื่อนเค้าพอเพื่อนเราเดินออกไปเค้าก็มากระซิบกับเรา (เพลงในผับดังมาก) ว่า เค้าชอบเรานะ เราก็แบบอึ้งอะ วันนั้นงานจบก็ปกติเพื่อนๆ แยกย้ายกันกลับบ้านแต่เค้าขอไปส่งเรา เราก็อือไปก็ไป หลังจากวันนั้น 3-4 วัน เราก็ตกลงคบกับเค้าแต่ยังไม่ได้บอกคนอื่นในกลุ่มให้รู้ ก็คบกันไปสักพัก อาจจะเพราะเค้าเป็นคนเฟลนลี่ เพื่อนผู้หญิงเยอะด้วยมั้ง เราเลยแบบคิดมากกลัวว่าเค้าจะมีคนอื่น เราก็เริ่มงี่เง่ามากขึ้น จนวันนึงเราก็เลยกัน ด้วยความที่เราหวังกับความรักครั้งนี้ไว้มากว่ามันคงไม่เหมือนครั้งก่อนๆ พอเลิกกัน เราเลยกลับมาอยู่จังหวัดเดิมที่เราเคยอยู่กลับมาอยู่กับเพื่อนนานๆ จะกลับเข้าไปที่บ้านสักที จนเริ่มทำใจได้ หายจากโรคซึมเศร้า ช่วงนี้เรากับแม่กลับมาคุยกัน ปรับความเข้าใจกันแล้ว เราก็เริ่มปลงๆ แล้วก็เริ่มคิดใหม่ว่าถึงพ่อกับแม่ไม่ได้ตั้งใจที่จะมีเรา แต่อย่างน้อยท่านก็ตั้งใจที่อุ้มท้อง และเลี้ยงดูเรา เราก็เริ่มหางานทำ แต่ช่วงนี้เราติดโซเชี่ยลมาก โปรแกรมแชททุกอย่างมือถือเรามีหมด คือตอนนี้แบบไม่คิดจะสนใจจริงจังกับใครแล้ว ใครคุยกับเราก็คุย จนวันนึงเราก็เล่นแชทตามปกติ ก็เจอคนนึงคุยกันแต่เค้าเป็นคนที่นานๆ จะออนทีนึง เคยคุยกันแล้วหายไปเป็นอาทิตย์ แล้วค่อยมาตอบก็มี เราก็ไม่ค่อยได้สนใจ จนวันนึงนัดเจอกัน เดทแรกคือกินก๋วยเตี๋ยว ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่าเค้าจะจริงจังกับเราหรอก เพราะเราก็แสดงออกในนิสัยเราเยอะเหมือนกัน เรา 2 คนแทบไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย เราชอบเที่ยว ชอบอยู่กับเพื่อน แต่เค้าชอบอยู่บ้าน ไม่ดื่มเหล้า ไม่ดูดบุหรี่ แต่เรานี่ทุกอย่างเลยค่ะ เค้าเก็บเงินเก่ง แต่เรานี่ใช้สุรุ่ยสุร่ายมาก ทะเลาะกันตั้งแต่อาทิตยแรกๆ ที่คบกัน พอสักพักก็เริ่มคุยเริ่มปรับตัวกันหลายๆอย่าง เค้าขอให้เราเลิกเที่ยว เลิกดื่ม เลิกดูดบารากุ เราก็เลิกนะ อจจะเป็นเพราะ ขนาดเค้าเป็นผู้ชายเค้ายังไม่ดื่ม ไม่ดูด แล้วเราล่ะ อีกอย่างที่บ้านเค้าคงไม่ชอบ เราก็เลิกให้เค้าทำให้เค้าสบายใจ แล้วบางนิสัยเค้าที่เราไม่ชอบเค้าก็พยายามปรับสิ่งนั้นให้เข้ากับเรา ตอนนี้เราเริ่มเก็บเงินเป็นแล้วนะคะ  จนตอนนี้ คบกัน ปีกว่าแล้วค่ะ และมีแพลนจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ด้วย และตอนนี้เราอายุ 21 แล้วและเราก็กลับมาเป็นเด็กที่โตขึ้นมาอีกขั้นจากประสบการณ์ชีวิตของเราเอง เริ่มคิดเป็น คิดหลายๆแง่มุม จากประสบการณชีวิตที่เราได้รับมา

.. ที่อยากบอกคือ ..
1. คนจะมีลูกเราห้ามกันไม่ได้หรอกค่ะ แม้จะป้องกันยังไง แต่ความคิดเราคือคนที่รู้ตัวว่าพลาด แต่เค้าไม่คิดที่จะทำร้ายเด็กในท้องที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวนั่นเค้าไม่เรียกคนเห็นแก่ตัวหรอกค่ะ เค้าเรียก "คนมีความรับผิดชอบ" แต่คนที่รู้ว่าพลาดแล้ว คิดแค่เอาตัวเองรอด ไม่สนว่าเด็กในท้องจะเป็นยังไงนั่นแหละค่ะคือ "คนที่เห็นแก่ตัวที่สุด"
2. การเลี้ยงคนๆ นึงให้เค้าอยู่ได้ในสังคมที่โหดร้ายนี้ ไม่ได้อยู่ที่คนเลี้ยงดู และสภาพแวดล้อม แค่นั้น แต่ขึ้นอยู่กับตัวเด็กคนนั้นด้วยว่า เค้าจะเลือกเดินไปทางไหน
3. ไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาด แต่อยู่ที่ว่าเค้าจะจำไว้เป็นบทเรียนชีวิต หรือเค้าจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป


ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบนะคะ สุดท้ายนี้ไม่ขออะไร แค่ถ้าไม่ถูกใจใคร ด่าได้แต่อย่าแรง มัน .. ตะเตือนไต  

ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่